| DogRunner.com เกร็ด หมา หมา ภูมิแพ้จากการสูดดม (Atopy) หรือ ไข้ละอองฟาง
ส่วนในแมวลักษณะวิการของอาการแพ้มักเป็นที่บริเวณใบหน้า หรือมีอาการขนร่วงเป็นหย่อม ๆ พร้อมรอยนูนแดงที่ผิวหนังตามตัว ถ้าพบว่าแพ้อากาศจะต้องทำอย่างไรต่อไป การใช้ยาประเภท สเตียรอยด์ เป็นยาที่มักได้รับเป็นตัวแรกในกรณีที่สงสัยว่าเกิดอาการแพ้ การให้ในระยะแรกอาจจะต้องให้ในขนาดที่สูงและค่อยๆ ลดขนาดยาลงเป็นขั้นเป็นตอนโดยสัตวแพทย์จะเป็นผู้ควบคุมปริมาณยาที่เหมาะสม จนเหลือแค่ขนาดที่ควบคุมอาการเท่านั้น ส่วนมากมักจะให้วันเว้นวัน ส่วนในแมวที่กินยายากก็อาจจะต้องใช้ยาฉีดประเภทที่ออกฤทธิ์นาน ปัญหาที่เกิดตามมาจากการใช้ สเตียรอยด์ จะพบได้บ่อยมาก และอาการข้างเคียงที่แสดงออกให้เห็น เช่น - หิวน้ำมากกว่าปกติ - กินอาหารมากกว่าปกติ - ปัสสาวะหยดเรี่ยราด - กล้ามเนื้ออ่อนแรงเนื่องจากถูกทำลาย - ภูมิต้านทานต่ำลงกว่าปกติ - แท้งถ้าตั้งครรภ์ - ตับอ่อนอักเสบ - เหนื่อยหอบง่าย และขี้เกียจ ถ้าสัตว์เลี้ยงของคุณมีอาการอย่างที่กล่าวมาคงต้องเปลี่ยนวิธีการรักษา กรณีที่สัตว์เลี้ยงของคุณต้องใช้ สเตียรอยด์ ชนิดฉีด มากกว่า 2 ครั้งต่อปี หรือต้องกินยาวันเว้นวันนานกว่า 4 เดือน /ปี น่าจะคำนึงถึงสิ่งต่อไปนี้ คือ - การรักษาด้วยวิธีอื่น - การวินิจฉัยโรคอื่น ๆ ซึ่งอาจจะมีวิธีการรักษาเฉพาะอื่น ๆ - ส่งไปให้ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะโรค - ใช้ สเตียรอยด์ ต่อแต่ต้องได้รับการตรวจเลือดอย่างน้อย 2-3 ครั้งต่อปี แมวมักไม่มีผลกระทบจากการใช้ สเตียรอยด์ เนื่องจากสามารถทนต่อ สเตียรอยด์ ได้มากกว่า สุนัข และแมวมักใช้ สเตียรอยด์ ฉีดประมาณ 3 เดือนต่อครั้ง แต่เมื่อไรที่ต้องใช้ยาเดือนเว้นเดือนก็น่าจะลองหาวิธีใหม่ การใช้ยาอื่นแทนสเตียรอยด์ มียามากมายที่สามารถใช้แทน สเตียรอยด์ ได้ แต่ไม่มีตัวใดเลยที่ได้ผลดีเท่า ยาแก้แพ้ Antihistamine มีอันตรายน้อยกว่า สเตียรอยด์ แต่สุนัขที่ตอบสนองต่อยา มีเพียง 10-20% เท่านั้น และประมาณ 30% ที่ให้ยากลุ่มนี้ร่วมกับ สเตียรอยด์ มักสามารถลดขนาดยาประเภท สเตียรอยด์ ลงได้ แต่ในแมวมักไม่ได้ผล กรดไขมันประเภทไม่อิ่มตัว Fatty Acid Supplement กรดไขมันปะเภทนี้เชื่อว่าสามารถยับยั้งสารเคมีที่ก่อให้เกิดอาการอักเสบที่ผิวหนังได้ มักให้ร่วมกับยาแก้แพ้ ยาทา ยาที่ใช้ราด อาบ หรือแช่ตัวสุนัข สบู่หรือแชมพูแก้คัน หรือยาทาในรูปครีม สามารถช่วยลดอาการคันได้ การให้สารที่ก่ออาการแพ้เพื่อให้ร่างกายสร้างภูมิต้านทาน (Hyposensitization) ในคนมักใช้วิธีฉีดสารที่ก่อให้เกิดอาการแพ้ขนาดต่ำ ๆ ให้ ซึ่งสามารถใช้ในสัตว์ได้เช่นกัน แต่ไม่ได้หมายความว่าจะหายขาด - การกระตุ้นให้สร้างภูมิต้านทานต้องใช้เวลาในการฉีดต่อเนื่อง 6-12 เดือน - 25% ของสัตว์ที่แพ้อากาศไม่ตอบสนองต่อการฉีดยาแบบนี้ โดยเฉพาะในรายที่แพ้สารหลายอย่าง - 25% ของสัตว์ที่แพ้อากาศ ยังต้องการ สเตียรอยด์ บางครั้งบางคราว - ท่านเจ้าของอาจจะต้องฉีดยากระตุ้นเอง จะทดสอบสัตว์เลี้ยงเมื่อไร การทดสอบสัตว์ต้องกระทำตอนที่สัตว์ไม่มีอาการคันตามฤดูกาล เพราะการตอบสนองที่ผิวหนังจะได้ไม่มีมากเนื่องจากอาการอักเสบ การทดสอบทำโดยการฉีดสารที่สงสัยว่าก่อให้เกิดอาการแพ้ปริมาณเล็กน้อยเข้า ผิวหนัง แล้วเปรียบเทียบอาการอักเสบว่ามีมากหรือน้อยโดยเทียบกับน้ำเกลือ ซึ่งเป็นสารที่ไม่ก่อให้เกิดอาการแพ้ เมื่อได้ผลการทดสอบแล้วก็ต้องทำการรักษาตามแผนการรักษาข้างล่าง เพื่อดูว่าสัตว์ตอบสนองอย่างไรหรือไม่อย่างไร - Depomedrol ฉีดระยะเวลา 8 สัปดาห์ - Vetalog ฉีดระยะเวลา 6 สัปดาห์ - ยาแก้แพ้ฉีด 1 สัปดาห์ - ยาทาแก้แพ้ เช่น Panalog ทา 1 สัปดาห์ - กินสเตียรอยด์ เช่น เพรดนิโซโลน ระยะเวลา 4 สัปดาห์ ในแมวการรักษาต้องตรงตามตาราง และต้องให้สัตวแพทย์เฉพาะทางวินิจฉัยอีกครั้ง แผนการรักษาข้างบนเอามาจากต่างประเทศ แผนการรักษาอาจจะแตกต่างกันตามแต่สัตว แพทย์เฉพาะทางแต่ละท่าน วิธีการนี้เหมาะสำหรับการวินิจฉัยการแพ้อาหารซึ่งต้องจำกัดอาหารก่อนการทดสอบ และให้ผลการตอบสนองต่อการแพ้อาหารมากกว่าการแพ้อากาศ และการรักษามักทำโดยการหลีกเลี่ยงอาหารที่แพ้ มากกว่าการฉีดสารกระตุ้นให้ก่ออาการแพ้อย่างในรายที่แพ้อากาศ การทดสอบการแพ้มักต้องทำโดยสัตว์แพทย์เฉพาะทาง การทดสอบเลือดได้ผลดีหรือไม่ นอกจากการทดสอบที่ผิวหนังแล้ว ยังมีการทดสอบหาสารที่ก่อให้เกิดอาการแพ้โดยการตรวจเลือด โดยการตรวจหาภูมิต้านทานในเลือด ซึ่งสามารถทำได้โดยสัตวแพทย์ทั่วไป ไม่ต้องใช้สัตวแพทย์เฉพาะทาง การตรวจเลือดไม่ต้องหยุดยา (ในรายที่สัตว์มีการตรวจอาการแพ้ที่ผิวหนังมาแล้ว การตรวจแบบนี้ได้ผลไม่ดี) การตรวจเลือดยังเป็นที่ถกเถียงกันอยู่มาก เนื่องจากผลการตรวจที่ได้มักไม่สัมพันธ์กับผลที่ทดสอบได้ทางผิวหนัง จึงไม่น่าจะไม่เหมาะกับการตรวจหาสารแพ้ที่เกิดจากการหายใจ แต่อาจจะเหมาะในกรณีที่ผลการตรวจที่ผิวหนังเป็นลบ และรักษาทางยาไม่ได้ผล หรือไม่สามารถตรวจสอบผิวหนังได้ด้วยเหตุผลอื่น ๆ ( สนับสนุนข้อมูลโดย โรงพยาบาลสัตว์ เอ็น.พี. ) Copyright © 2004 DogRunner.com, All Rights Reserved. |

